December 22, 2011

สูตรเอแคร์

Posted in เบเกอรี่ tagged at 4:34 am by cynthialittle

เอแคร์

เอแคร์หอมนุ่มบวกความอร่อยเข้มข้นของคัสตาร์ดวิปปิ้งครีมในขนาดกะทัดรัดพอคำ ไส้คัสตาร์ดวิปปิ้งครีมหอมหวานมัน ให้ความรู้สึกเบาๆของวิปปิ้งครีมที่ตีขึ้นฟู ผสมกับกลิ่นหอมกรุ่นๆของเนยสด ความกรอบนอกนุ่มในผสมกับไส้คัสตาร์ดครีมอุ่นๆจะเป็นความอร่อยที่ขอแนะนำ

ส่วนผสม

  • เนยสดตราอลาวรี่ ชนิดจืด 250 กรัม
  • แป้งขนมปัง 400 กรัม
  • เกลือ 10 กรัม
  • อิมพีเรียลผงฟูดับเบิลแอ็คชั่นตราเบเกอร์สชอยส์ 10 กรัม
  • ไข่ไก่ 500 กรัม
  • น้ำตาลทราย 10 กรัม
  • น้ำ 600 กรัม
  • ส่วนผสมไส้คัสตาร์ดวิปปิ้งครีม
  • วิปปิ้งครีม ไชน์โรด (ที่ตีขึ้นฟูแล้ว) 100 กรัม
  • อิมพีเรียลผงคัสตาร์ดครีมมี่คัส 100 กรัม
  • นมสดพาสเจอร์ไรส์ ชนิดจืด 300 กรัม
  • เหล้า 10 กรัม

วิธีทำ

  • นำเนยสดตราอลาวรี่ ชนิดจืดและเกลือต้มกับน้ำให้เดือด กระทั่งเนยละลาย
  • หลังจากนั้นเติมแป้งขนมปังและผงฟูเบเกอร์ส์ชอยส์ลงไปผสมให้เข้ากัน
  • เทแป้งที่สุกแล้วใส่เครื่องผสม ตีผสมด้วยหัวใบไม้ ใช้ความเร็วปานกลาง
  • เติมไข่ไก่ ลงไปตีผสมทีละฟองจนหมด
  • นำส่วนที่ผสมเสร็จแล้ว มาบีบทำรูปต่างๆ บนถาดที่ทาเนยขาวเตรียมไว้
  • นำเข้าเตาอบใช้ไฟอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

วิธีทำไส้คัสตาร์ดวิปปิ้งครีม

  • เขย่ากล่องวิปปิ้งครีม ไชน์โรดให้ส่วนผสมเข้ากัน หลังจากนั้น เทใส่ภาชนะผสม ใช้หัวตะกร้อตีผสมด้วยความเร็วต่ำ 1 นาที
  • เปลี่ยนมาเป็นความเร็วปานกลาง 3 – 4 นาที จนกระทั่งขึ้นฟู แล้วเปลี่ยนมาเป็นความเร็วต่ำ 1 นาที (พักไว้พร้อมใช้)
  • นำอิมพีเรียลผงคัสตาร์ดครีมมี่คัส ,นมสด ตีผสมด้วยความเร็วปานกลาง กระทั่งส่วนผสมเข้ากันดีหยอดเหล้า Contreau ตามปริมาณที่ต้องการ
  • หลังจากนั้นนำวิปปิ้งครีมที่เตรียมไว้มาใส่ผสม ตีกระทั่งส่วนผสมเข้ากันดี จึงนำมาบีบใส่ในตัวเอแคร์

December 21, 2011

สูตรขนมWhite Forest Roll สไตล์ญี่ปุ่น

Posted in เบเกอรี่ tagged at 4:12 am by cynthialittle

ขั้นตอนการทำโรลสปองก์

1. ไข่ 1 ฟอง

2. ไข่แดง 3 ฟอง

3. ไข่ขาว 3 ฟอง

4. น้ำตาลทรายป่น 85 กรัม

5. แป้งเค้ก (ร่อน 2 ครั้ง) 60 กรัม

6. นมสด 60 กรัม

7. วานิลาเอ็กซ์แทรก 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ผสมไข่กับไข่แดงในชามใบเล็ก เติมวานิลาแล้วตีเบาๆ ให้เข้ากันพักไว้
  2. นำเนยใส่หม้อขนาดเล็ก นำไปละลายบนไฟอ่อน เมื่อละลายแล้วยกลงจากเตา ให้เติมแป้งที่ร่อนแล้วลงไปทั้งหมดคนให้แป้งและเนยเข้ากันดี แล้วเทส่วนผสมลงอ่างใบเล็ก
  3. ค่อยๆ เติมไข่ลงไปทีละน้อยใช้ไม้พายคนให้เข้ากันแล้วจึงเติมครั้งต่อไป
  4. จากนั้นเติมนมลงไปคนให้เข้ากันอีกครั้ง กรองผ่านกระชอนแล้วพักไว้
  5. นำไข่ขาวใส่โถตี ตีด้วยความเร็วสูงจนเป็นฟองแล้วเติมน้ำตาลลงไปครึ่งหนึ่ง เมื่อได้เนื้อที่ละเอียด เติมน้ำตาลส่วนที่เหลือลงไป ตีจนตั้งยอดและเนื้อเนียนละเอียด
  6. ตักไข่ขาว 1/3 ผสมลงในส่วนผสมไข่แดงคนให้เข้ากันอย่างเบามือ เมื่อเข้ากันดีแล้วตักส่วนที่เหลือลงไปคนให้เข้ากัน
  7. เทส่วนผสมลงถาดที่เตรียมไว้ เกลี่ยหน้าให้เสมอกันแล้วนำเข้าอบประมาณ 18-20 นาทีแล้วแต่เตาอบ เมื่อนำออกจากเตาอบให้วางพักบนตะแกรง
  8. เมื่อคลายร้อนลงให้เราค่อยๆ ม้วนสปองก์พักไว้ เวลาม้วนจริงจะได้ม้วนง่ายๆ

December 20, 2011

สูตรอาหารหมูอบซอส

Posted in อาหาร tagged at 3:54 am by cynthialittle

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)
ซี่โครงหมู 500 กรัม
น้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา
กระเทียมทุบและสับ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทรายแดง 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 2 ถ้วยตวง
ซอสปรุงรสตราแม็กกี้ 2 ช้อนโต๊ะ
ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้ 3 ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศ 1/4 ถ้วยตวง
หอมใหญ่สับละเอียด 1/4 ถ้วยตวง
เหล้าจีน 2 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
มัสตาร์ด 1 ช้อนชา
วิธีทำ

1. หมักซี่โครงหมูกับน้ำส้มสายชู แล้วใส่หอมใหญ่ กระเทียม ซอสปรุงรสตราแม็กกี้ ซอสหอยนางรมตราแม็กกี้ พริกไทย ซอสมะเขือเทศ เหล้าจีน และมัสตาร์ด พักไว้นานประมาณ 30 นาที

2. ใส่น้ำตาลทรายแดงลงในหม้อผัดจนละลาย แล้วตามด้วยส่วนผสมที่หมักไว้ และน้ำเปล่า ลงเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนนุ่ม จัดรับประทานในข้อ 1 กับผักและขนมปังตามชอบ หรือรับประทานกับข้าวร้อนๆ

December 19, 2011

สูตรอาหารปลา 3 รส

Posted in อาหาร tagged at 4:00 am by cynthialittle

ส่วนผสม

เนื้อปลากระพงแดงหั่นชิ้นหนา 1 นิ้ว 500 กรัม
พริกชี้ฟ้าแดง 1 เม็ด
กระเทียม 5 กลีบ
กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนชา
รากผักชีหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
แป้งสาลี น้ำตาบทราย อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำมะนาว 2 ช้อนชา
น้ำส้มสายชู น้ำปลา อย่างละ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมัน 1 ถ้วย

วิธีทำ

1.คลุกปลาด้วยมะนาว แล้วจึงเคล้าด้วยเกลือ เกลือกด้วยแป้งสาลีบางๆ
2.ใส่น้ำมันในกระทะ แบ่งไว้ 1 ช้อนโต๊ะ ตั้งไฟให้ร้อน ทอดปลาพอเหลืองตักขึ้น พักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
3.โขลกพริกชี้ฟ้า กระเทียม 5 กลีบ รากผักชี เข้าด้วยกัน
4.ใส่ น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ ในกระทะ ตั้งไฟใร้อน ใส่กระเทียม เจียวพอเหลือง ใส่เครื่องที่โขลก ผัดพอหอม ใส่น้ำตาล น้ำส้มสายชู น้ำปลา ตั้งเคี่ยวพอข้น
5.ใส่ปลา เคล้าเบาๆ ตักใส่จานเสิร์ฟ

December 18, 2011

บทความคำราชาศัพท์ ที่ควรรู้

Posted in บทความดีๆ tagged at 3:20 am by cynthialittle

หลายคนอาจจะคิดว่าคำราชาศัพท์เป็นเรื่องที่ไกลตัว และเคยเรียนผ่านมาแล้ว ไม่จำเป็นต้องสนใจอีก…แต่เพื่อน ๆ รู้หรือไม่คะว่า จริง ๆ แล้ว ในชีวิตประจำวัน เราได้ใช้คำราชาศัพท์โดยที่ไม่รู้ตัวอยู่ตลอดเวลา

ทั้งนี้ ก็เนื่องมาจากคำราชาศัพท์ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะแค่คำที่ใช้กับพระมหากษัตริย์หรือเชื้อพระวงศ์เท่านั้น แต่คำราชาศัพท์ยังหมายถึงการเลือกใช้คำให้เหมาะสมกับบุคคลในฐานะตำแหน่งที่ แตกต่างกัน ซึ่งก็ได้แก่ พระมหากษัตริย์ เจ้านาย (พระบรมวงศานุวงศ์) พระภิกษุ ข้าราชการ รวมถึงการใช้คำสุภาพสำหรับบุคคลทั่วไปด้วยเช่นกัน

ดังนั้น คำราชาศัพท์ จึงหมายถึง ศัพท์ที่ใช้ในราชการ เพราะในตำรานั้นบางคำไม่กล่าวเฉพาะสำหรับกษัตริย์หรือเจ้านายเท่านั้น กล่าวทั่วไปถึงคำที่ใช้สำหรับบุคคลชั้นอื่น เช่น ขุนนาง และพระสงฆ์ เป็นต้นด้วย

สำหรับ มูลรากของราชาศัพท์ คือศัพท์ที่จะใช้เมื่อกราบบังคมทูลพระมหากษัตริย์ หรือกราบทูลพระราชวงศ์ ซึ่งเป็นบุคคลที่เคารพสูงสุด ดังนั้นเมื่อจะใช้ศัพท์ จึงต้องใช้ศัพท์ที่แตกต่างไปจากคำที่ใช้อยู่โดยทั่วไป  ในชั้นต้นคงมุ่งหมายเพียงให้เป็นถ้อยคำ สำนวนที่พระมหากษัตริย์หรือพระราชวงศ์ทรงฟังได้ ต่อมาคงเนื่องจากความคลี่คลายของภาษา ราชาศัพท์จึงขยายออกไป มีศัพท์สำหรับใช้กับพระ-ภิกษุ ข้าราชการ และกว้างขวางออกไปจนถึงคำสุภาพ ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ในการใช้คำราชาศัพท์ มีดังนี้

คำราชาศัพท์สำหรับพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์

คำราชาศัพท์ แบ่งออกได้เป็น

1. คำนาม

2. คำสรรพนาม

3. คำกริยา

1. คำนาม

1.) คำว่า “พระบรม พระบรมราชา” ใช้นำหน้าคำนามเพื่อเชิดชูพระราชอิสริยศหรือพระเกียรติ เช่น พระบรมเดชานุภาพ พระบรมวงศานุวงศ์ พระบรมมหาราชวัง พระบรมราชโองการ

2.) คำว่า “พระบรม” ใช้เฉพาะพระมหากษัตริย์เท่านั้น เมื่อใช้กับสมเด็จพระบรมราชินี ให้ตัดคำว่า ” บรม” ออก เช่น พระนามาภิไธย พระราชานุเคราะห์ พระราโชวาท เป็นต้น

3.) คำว่า ” พระราช” ใช้นำหน้าคำนามที่สำคัญรองลงมา เช่น พระราชวังดุสิต พระราชทรัพย์ พระราชดำริ

4.) คำว่า “พระ” ใช้นำหน้านามสามัญทั่วไป เช่น พระที่นั่ง พระหัตถ์ พระบาท

5.) คำว่า “ต้น” หรือ “หลวง” เมื่อประกอบท้ายคำศัพท์สามัญแล้ว จะทำให้คำกลายเป็นคำราชาศัพท์ทันที เช่น ช้างต้น ม้าต้น เรือต้น เรือนต้น เครื่องต้น พระแสงปืนต้น ลูกหลวง หลานหลวง พระราชวังหลวง ฯลฯ

2. คำสรรพนาม

คำสรรพนามราชาศัพท์ คือ คำแทนชื่อที่จำแนกใช้ตามชั้นของบุคคล ซึ่งถือว่า มีฐานันดรศักดิ์ต่างกัน ตามประเพณีนิยม จึงต้องบัญญัติคำใช้ให้เหมาะสมกับฐานะของแต่ละบุคคล และจะต้องคำนึงถึงเพศของบุรุษที่ 1 (ผู้พูด) บุรุษที่ 2 (ผู้ที่เราพูดด้วย) และบุรุษที่ 3 (ผู้ที่เราพูดถึง) เช่น

บุรุษที่ 1 ได้แก่ ข้าพระพุทธเจ้า เกล้ากระหม่อม หม่อมฉัน ฯลฯ

บุรุษที่ 2 ได้แก่ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ใต้ฝ่าละอองพระบาท ใต้ฝ่าพระบาท ฯลฯ

บุรุษที่ 3 ได้แก่ พระองค์ เสด็จ ท่าน ฯลฯ

3. คำกริยา

คำกริยาราชาศัพท์ที่ใช้ในปัจจุบัน มีลักษณะดังต่อไปนี้

• กริยาที่เป็นราชาศัพท์อยู่แล้วสามารถนำไปใช้ได้ทันที เช่น กริ้ว ตรัส ทรงประทับ พระราชทาน ประชวร โปรด สรง เสด็จ เสวย

• คำกริยาที่ตามหลังคำว่า ” เสด็จ” จะใช้คำสามัญหรือคำที่เป็นราชาศัพท์อยู่แล้วก็ได้ เช่น เสด็จเข้า เสด็จออก เสด็จยืน เสด็จลง เสด็จไป เสด็จมา เสด็จประพาส เสด็จประทับ เสด็จพระราชดำเนิน ฯลฯ

• คำที่ตามหลังคำว่า ” ทรง” จะเป็นคำนามหรือคำกริยาก็ได้ แต่เมื่อประสมกันแล้วถือว่าเป็นคำกริยาราชาศัพท์ แบ่งได้ดังนี้

ก. ใช้ ” ทรง” นำหน้าคำกริยาสามัญ

เช่น ทรงฟัง ทรงรำพึง ทรงจาม ทรงวาง ทรงทราบ ทรงยินดี ทรงของใจ

ข. ใช้ ” ทรง” นำหน้าคำนามสามัญ

เช่น ทรงช้าง ทรงม้า ทรงปืน ทรงรถ ทรงดนตรี ทรงกีฬา ทรงเรือใบ ทรงเครื่อง

ค. ใช้ ” ทรง” นำหน้าคำนามราชาศัพท์ เพื่อให้กลายเป็นคำกริยาราชาศัพท์

เช่น ทรงพระเมตตา ทรงพระกรุณา ทรงพระอุตสาหะ ทรงพระวินิจฉัย ทรงพระสุบิน ทรงพระอักษร ทรงพระประชวร

• ไม่ใช้ “ทรง” นำหน้าคำกริยาที่เป็นราชาศัพท์อยู่แล้ว เช่น จะไม่ใช้ ทรงเสด็จ ทรงเสวย ทรงประทับ ทรงรับสั่ง ทรงโปรด ทรงตรัส ทรงประสูติ เสด็จ (แต่จะใช้ว่า เสวย ประทับ รับสั่ง โปรด ตรัส ประสูติ) ยกเว้นคำเดียวคือ ” ทรงผนวช”

• คำราชาศัพท์ที่มีคำว่า “ทรงพระราช” นำหน้า ใช้กับพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระบรมราชินี สมเด็จพระบรมราชนนี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ และสมเด็จพระบรมราชกุมารี

• ไม่ใช้คำว่า “มี เป็น” นำหน้าคำราชาศัพท์ คือไม่ใช่ว่าทรงมีพระราชดำรัส ทรงเป็นพระราชโอสร แต่ใช้ให้ว่า มีพระราชดำรัส เป็นพระราชโอรส

• คำกริยาราชาศัพท์บางคำยังลดหลั่นการใช้ หรือใช้ตามลำดับชั้น เช่น

คำราชาศัพท์

การใช้คำขึ้นต้น คำสรรพนาม และคำลงท้ายในการพูด

คำราชาศัพท์
คำราชาศัพท์

          • ในการกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ถ้าผู้กราบบังคมทูลไม่เป็นที่รู้จักคุ้นเคย ผู้กราบบังคมทูลควรจะได้กราบบังคมทูลให้ทรงทราบถึง ชื่อ นามสกุล ตำแหน่งหน้าที่การงานของตน โดยใช้คำกราบบังคมทูลว่า

“ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า (ชื่อ สกุล และตำแหน่งหน้าที่การงาน) “

ในการเฝ้ารับเสด็จ หากไม่สามารถจะใช้คำราชาศัพท์ในการกราบบังคมทูลได้ ก็ให้กราบบังคมทูลด้วยถ้อยคำสุภาพ

ในการกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บางกรณีใช้ข้อความขึ้นต้นตามแบบแผนที่ได้กำหนดไว้ ดังนี้

๑. กราบบังคมทูลถึงความสะดวกสบาย หรือการรอดพ้นอันตราย ใช้คำว่า เดชะพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม

๒. กราบบังคมทูลพระกรุณาถึงข้อความอันไม่น่าชื่นชมต่าง ๆ เช่น สกปรก หรือน่ารังเกียจ ใช้คำว่า ไม่ควรจะกราบบังคมทูลพระกรุณาหามิได้

๓. กราบบังคมทูลพระกรุณาถึงการที่ได้ทำพลาด ทำผิด หรือการกระทำอันไม่เหมาะสม ใช้คำว่า พระราชอาญาไม่พ้นเกล้าพ้นกระหม่อม

๔. กราบบังคมทูลพระกรุณาถึงข้อความซึ่งเป็นการขอร้อง ใช้คำว่า ขอพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม

๕. กราบบังคมทูลพระกรุณาเป็นการรำลึกในพระคุณ ใช้คำว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม

๖. กราบบังคมทูลพระกรุณาเป็นความกลาง ๆ เพื่อจะได้ทรงเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ใช้คำว่า การจะควรมิควรประการใดแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

๗. กราบบังคมทูลพระกรุณาเป็นการขออนุญาตกระทำสิ่งใด ใช้คำว่า ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต

๘. กราบบังคมทูลพระกรุณาถึงการที่ตนได้รู้ ใช้คำว่า ทราบเกล้าทราบกระหม่อม

๙. กราบบังคมทูลพระกรุณาถึงการกระทำสิ่งใดถวาย ใช้คำว่า สนองพระมหากรุณาธิคุณ หรือ สนองพระเดชพระคุณ

๑๐. กราบบังคมทูลพระกรุณาขอเฝ้า หรือขอถวายสิ่งใด ใช้คำว่า ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาส

• คำราชาศัพท์น่ารู้อื่น ๆ

ศัพท์ที่ใช้สำหรับพระภิกษุ

1. การใช้ถ้อยคำสำหรับพระภิกษุแตกต่างจากการใช้คำราชาศัพท์สำหรับพระเจ้าแผ่นดินหรือพระราชวงศ์

เพราะพระภิกษุนั้นไม่ว่าบุคคลอื่นจะพูดกับท่าน หรือเมื่อท่านพูดกับคนอื่นก็จะใช้ศัพท์อย่างเดียวกัน เสมอไป
เช่น คำว่า อาพาธ (เจ็บ, ป่วย) เป็นศัพท์สำหรับพระภิกษุ

ในกรณีที่ คนอื่นกล่าวถึงท่าน พระมหาสุริยัญ อาพาธอยู่ที่โรงพยาบาลสงฆ์
ท่านกล่าวกับคนอื่น ขณะนี้อาตมา อาพาธอยู่ที่โรงพยาบาลสงฆ์
คำว่า ประชวร (เจ็บ, ป่วย) เป็นศัพท์สำหรับพระราชวงศ์

ในกรณีที่ คนอื่นกล่าวถึงพระองค์ท่าน พระองค์เจ้าพระองค์นั้น ประชวรมาหลายวันแล้ว
พระองค์ท่านกล่าวกับคนอื่น ฉัน เจ็บมาหลายวันแล้ว

2. สมเด็จพระสังฆราชใช้ราชาศัพท์เสมอพระเจ้าวรวงศ์เธอ เช่น

คำขึ้นต้น ใช้ว่า กราบทูล (ออกพระนามเต็ม)
สรรพนามแทนผู้พูด ใช้ว่า เกล้ากระหม่อม (สำหรับชาย)
เกล้ากระหม่อมฉัน (สำหรับหญิง)
สรรนามแทนพระองค์ท่าน ใช้ว่า ฝ่าพระบาท
คำลงท้าย ใช้ว่า ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

3. พระภิกษุที่เป็นราชวงศ์ คงใช้ราชาศัพท์ตามลำดับชั้นแห่งพระราชวงศ์ ยกเว้นแต่สมเด็จพระสังฆราชที่เป็นพระราชวงศ์ให้ใช้ คำขึ้นต้น ใช้ว่า ขอประทานกราบทูล (ออกพระนามเต็ม)

สรรพนามแทนผู้พูด ใช้ว่า ข้าพระพุทธเจ้า
สรรนามแทนพระองค์ท่าน ใช้ว่า ใต้ฝ่าพระบาท
คำลงท้าย ใช้ว่า ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

4. การเรียกขานพระภิกษุที่ทรงสมณศักดิ์ ต้องใช้ให้เหมาะสมแก่สมณศักดิ์ เช่นคำว่า ” ท่าน” มีวิธีการใช้ ดังนี้

สมเด็จพระราชาคณะ ใช้ว่า พระคุณเจ้า
พระราชาคณะชั้นธรรม ใช้ว่า พระคุณท่าน
พระชั้นรอง ๆ ลงมา ใช้ว่า ท่าน

คำราชาศัพท์
คำราชาศัพท์

ศัพท์สำหรับสุภาพชน

การใช้ถ้อยคำสำหรับบุคคลทั่วไปจำเป็นต้องใช้ให้เหมาะสมกับฐานะ และความสัมพันธ์ระหว่างผู้สื่อสาร กาละและเทศะ ซึ่งการสื่อสารระหว่างสุภาพชนควรหลีกเลี่ยงสิ่งต่อไปนี้

๑. คำห้วน หรือคำกระด้าง เช่น เออ โว้ย หือ หา ไม่รู้

๒. คำหยาบ ไม่ควรใช้ เพราะจะติดเป็นนิสัย เช่น ไอ้ อี ขี้ เยี่ยว

๓. คำคะนอง หรือคำสแลง หมายถึง คำที่อยู่ในความนิยมเป็นพัก ๆ เช่น เก๋ เจ๋ง ซ่าส์ ฯลฯ

๔. คำผวน หรือคำที่เวลาผวนกลับแล้วเป็นคำหยาบ เช่น เสือกะบาก (สากกะเบือ)

๕. คำที่ต้องไม่ใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการความสุภาพ หรือในที่ชุมชน เช่น กิน หัว เกือก ผัว เมีย เอามา ฯลฯ

คำราชาศัพท์

 การใช้คำขึ้นต้น คำสรรพนาม และคำลงท้ายในการเขียนหนังสือ

คำราชาศัพท์
คำราชาศัพท์
คำราชาศัพท์
คำราชาศัพท์

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

December 16, 2011

สูตรอาหารยำเตา

Posted in อาหาร tagged at 5:05 am by cynthialittle

ส่วนผสม ยำเตา

  1. เตา 2 ถ้วย
  2. ปูนา 20 ตัว
  3. มะแว้ง 20 ลูก
  4. ตะไคร้ซอย 1/2 ถ้วย
  5. พริกขี้หนู 25 เม็ด
  6. มะเขือพวง 20 ลูก
  7. มะเขือขื่นซอย 1 ถ้วย
  8. ใบขิงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ข่าหั่น 1 ช้อนชา
  10. ปลาร้าต้มสุก 4 ช้อนโต๊ะ
  11. กะปิ 1 ช้อนชา
  12. ผักไผ่ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  13. เกลือ 1 ช้อนชา
  14. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  15. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ ยำเตา

  1. ล้างเตาให้สะอาด หั่นพอหยาบ พักไว้
  2. ต้มน้ำปลาร้าและกะปิรวมกัน ใส่เตาลงในหม้อ คนให้เข้ากัน พักไว้ให้เย็น
  3. โขลกกระเทียม ข่า พริกขี้หนู (15 เม็ด) ตะไคร้ แล้วตามด้วยปู
  4. ใส่ส่วนผสมที่โขลกเสร็จแล้ว ลงในหม้อเตา แล้วคนให้เข้ากัน
  5. ใส่มะแว้ง ตะไคร้ มะเขือขื่น มะเขือพวง พริกขี้หนูซอย ใบขิงซอย และผักไผ่

สูตรอาหารยำผักกาดดอง

Posted in อาหาร tagged at 5:04 am by cynthialittle

ส่วนผสม ยำผักกาดดอง

  1. ผักกาดดอง 2 ถ้วย
  2. มะเขือเปราะซอย 1/2 ถ้วย
  3. พริกขี้หนูแห้งคั่ว 10 เม็ด
  4. ข่าป่น 1 ช้อนโต๊ะ
  5. ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  6. ปลาร้าต้มสุก 2 ช้อนโต๊ะ
  7. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  8. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ ยำผักกาดดอง

  1. หั่นผักกาดดองพอคำ ใส่ชามพร้อมกับน้ำผักกาดดอง พักไว้
  2. โขลกพริกขี้หนูแห้งคั่ว และตะไคร้ซอยปริมาณ 1 ช้อนโต๊ะ รวมกันให้ละเอียด
  3. ใส่เครื่องที่โขลก น้ำปลาร้า เกลือ และข่าป่น ลงในชามผักกาดดอง คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  4. ใส่ตะไคร้ซอย และมะเขือเปราะซอย คลุกเคล้าให้เข้ากัน
  5. โรยด้วยผักชีต้นหอมซอย

December 15, 2011

สูตรอาหารแกงอ่อมหมู

Posted in อาหาร tagged at 4:09 am by cynthialittle

ส่วนผสมแกงอ่อมหมู

  1. เนื้อหมูและเครื่องในหมู 300 กรัม
  2. ข่าอ่อนซอย 7 แว่น
  3. ตะไคร้ซอย 2 ต้น
  4. ใบมะกรูดฉีก 7 ใบ
  5. รากผักชี 4 ราก
  6. ผักชีฝรั่งหั่นหยาบ 3 ช้อนโต๊ะ
  7. ผักชีซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย

เครื่องแกงอ่อมหมู

  1. พริกแห้ง 9 เม็ด
  2. พริกขี้หนู 5 เม็ด
  3. หอมแดง 4 หัว
  4. กระเทียม 20 กลีบ
  5. ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  6. ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ขมิ้นซอย 1 ช้อนชา
  8. เกลือ 1 ช้อนชา
  9. กะปิ 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำแกงอ่อมหมู

  1. โขลกเครื่องแกงรวมกันให้ละเอียด
  2. หั่นเนื้อหมูและเครื่องในหมู ขนาดชิ้นพอคำ
  3. ผัดเครื่องแกงกับน้ำมัน จนมีกลิ่นหอม
  4. ใส่เนื้อหมูและเครื่องในลงผัด ใส่ข่า ตะไคร้ รากผักชี ผัดให้เข้ากัน
  5. เติมน้ำ เคี่ยวต่อจนเนื้อและเครื่องในนุ่ม ปิดไฟ โรยใบมะรูด ผักชีต้นหอม ผักชีฝรั่ง
  6. รับประทานได้เลยค่ะ

December 14, 2011

สูตรอาหารผัดใบปอทรงเครื่อง

Posted in อาหาร tagged at 4:59 am by cynthialittle

ส่วนผสม (สำหรับ 4 คน)

1. ต้นปอ 4 กำ
2. เต้าเจี้ยว 3 ช้อนโต๊ะ
3. เกลือเม็ดใหญ่ 2 กำมือ
4. กระเทียมสับ 6–7 กลีบ
5. หมูติดมัน สับละเอียด 3–4 ขีด
6. น้ำมันสำหรับผัด

วิธีทำ

1. ต้นปอสดเด็ดเฉพาะใบมาทำผัดใบปอ ส่วนยอดเราสามารถนำไปทำซุปทานได้
2. ตั้งน้ำเดือดใส่เกลือเม็ด นำใบปอใส่ ต้มจนใบปอห่อตัวให้ช้อนขึ้นมา และรีดน้ำออกผึ่งไว้ 2 ชั่วโมง
3. ตั้งกะทะ ใส่น้ำมัน เจียวกระเทียมพอเหลือ ใส่เต้าเจี้ยว
4. ใส่หมูสับ ยีให้หมูสับให้แตกกระจาย ผัดจนหมูเริ่มสุก นำใบปอใส่ลงไป
5. ผัดจนใบปอ และหมูสุกเข้าเนื้อทั่วกัน ตักใส่จานทานกับข้าสวยร้อนๆ หรือข้าวต้มก็อร่อยอย่าบอกใคร

December 13, 2011

สูตรอาหารแกงเขียวหวานเนื้อ

Posted in อาหาร tagged at 4:37 am by cynthialittle

ส่วนผสม แกงเขียวหวานเนื้อ

- เนื้อวัว  1/2 กิโลกรัม
– น้ำพริกแกงเขียวหวาน 200 กรัม
– กะทิ 1,000 กรัม
– หัวกะทิ 250 กรัม
– มะเขือพวง 400 กรัม
– พริกชี้ฟ้าเขียว , แดง 30 กรัม
– ใบโหระพา 40 กรัม
– ใบมะกรูด 2 กรัม
– น้ำตาลปี๊บ 30 กรัม
– น้ำปลา 80 กรัม
– สับปะรด  1 ชิ้นเล็ก

ส่วนผสม น้ำพริกแกง

- พริกขี้หนู 30 กรัม
– พริกชี้ฟ้า 10 กรัม
– ตะไคร้ 15 กรัม
– ข่า 7 กรัม
– ผิวมะกรูด 8 กรัม
– กระเทียม 60 กรัม
– ลูกผักชี 5 กรัม
– หัวหอม 40 กรัม
– ยี่หร่า 2 กรัม
– พริกไทย 3 กรัม
– รากผักชี 5 กรัม
– ใบโหระพา 20 กรัม
– กะปิ 10 กรัม
– เกลือ 5 กรัม
– น้ำมัน 150 กรัม

วิธีทำ

1.โขลกส่วนผสมน้ำพริกทั้งหมดให้ละเอียด ผัดกับน้ำมัน พักไว้
2. หมักเนื้อวัวที่หั่นชิ้นพอดีคำแล้ว กับสับปะรดทิ้งไว้ 10 นาที
3.แบ่งหัวกะทิผัดกับน้ำพริกให้หอม ใส่เนื้อลงผัดจนเริ่มสุก
4.ใส่กะทิ (1,000 กรัม) ลงจนหมด
5.ปรุงรสด้วย น้ำตาล น้ำปลา ใส่มะเขือพวง คนให้ทั่วจนมะเขือสุก ใส่หัวกะทิ พริกชี้ฟ้า พร้อมเสิร์ฟกับโรตีจะยิ่งอร่อย

เคล็ดลับ : การใส่สับปะรดจะทำให้เนื้อวัวนุ่มขึ้นและเหนียวน้อยลงนะ

ขอบคุณที่มา : http://www.lonleam.com/


Next page

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.